Welcome to Suprawatinterlaws, Honour, Reliability & Experiences
Mon-Fri: 8.30-17.30
Saturday, Sunday CLOSED
Sapansung Bangkok
Thailand
+662 3721617-8
+662 7294023
suprawatinterlaws@gmail.com
Highlighted Cases
   Highlighted Cases    Case on Arrest of Vessel

สำนักงานได้เป็นทนายความแก้ต่างว่าต่างให้กับบริษัท วีเอ็น เอ็กซ์เพรส VN Express Ltd Pte. (“VN”) ของประเทศสิงคโปร์ ประกอบกิจการตัวแทนนายหน้า ซื้อขาย ให้เช่าเรือ/รับจ้าง ขนส่งสินค้าทางทะเลและอื่นๆ กรณีพิพาทกับบริษัทสันทัดและบุตรSuntud and Son Co.,Ltd. (“สันทัด”) บริษัทจำกัด จดทะเบียนจัดตั้งที่สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทสุราษฎร์ธานี

เรื่องย่อ

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2559 สันทัดได้ยื่นคำร้องต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งกักเรือวีเอ็น เอ็กซ์พลอร์เรอร์ (VN Explorer) ซึ่งเป็นเรือของ VN. ที่ใช้ประกอบกิจการตามวัตถุประสงค์ตามปกติ เป็นคำร้องขอฝ่ายเดียว ต่อมาเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2559 ศาลได้มีคำสั่งว่ามูลหนี้ที่จำเลยนำมาประกอบการยื่นร้องขอนั้นเป็นสิทธิเรียกร้องเกี่ยวกับเรือ จึงมีคำสั่งให้กักเรือดังกล่าว โดยกำหนดหลักประกันในการขอปล่อยเรือเป็นเงิน 5,000,000 บาท

ต่อมาในวันที่ 28 มีนาคม 2559 เจ้าพนักงานบังคับคดีได้นำหมายกักเรือไปทำการกักเรือวีเอ็น เอ็กซ์พลอร์เรอร์ ตามคำสั่งของศาล ที่จอดอยู่ที่ท่าเรือซีพีเอ็น อำเภอท่าฉลอม จังหวัดสมุทรสาคร ตามคดีหมายเลขดำที่ กค. 68/2559, คดีหมายเลขแดงที่ กค. 43/2559

We are a litigating attorney for VN Express Ltd Pte. (“VN”), a Singaporean company, operating in a business of agency, sale, leasing and shipping service, having a dispute against Suntud and Son Co., ltd. (“Suntud”), established in Surathanee Province.

On 25 March 2016 Suntud filed the Petition at the Central Intellectual Property and International Trade Court to order an Arrest of VN’s vessel which was used in its business. Later on that day, the Court viewed that the obligation claimed by Suntud in the Petition was related to the ship and ordered the Arrest the Vessel against the bail of 5,000,000 Baht.

Afterwards, on 28 March 2016, the Executing Officer brought the Arrest Warrant to arrest the VN’S vessel which anchored at Chalom Port in Samutsakorn Province according to the Black Case no. Korkor 68/2559, Red Case no. 43/2559.

สำนักงานได้ยื่นฟ้องโต้แย้งว่าคำร้องขอให้กักเรือของสันทัดดังกล่าวข้างต้นเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเป็นการใช้สิทธิอันมีแต่จะทำให้ VN. ได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง กล่าวคือ เดิมสันทัดได้ติดต่อซื้อสินค้าจาก VN. เมื่อประมาณปลายเดือนมกราคม 2559 โดยติดต่อเจรจากันผ่านตัวแทนนายหน้าทั้งสองฝ่ายรวมทั้งติดต่อกับผุ้แทนของ VN. โดยตรง ต่อมา VN. และสันทัดได้ทำสัญญาซื้อขายรถเครนตีนตะขาบ (Crawler Crane) ขนาด 250 ตัน ใช้งานแล้ว 1 คัน ในราคาทั้งสิ้น 1,000,000 เหรียญสิงคโปร์ ซึ่งมีข้อกำหนดการชำระราคาไว้ กล่าวคือ ภายใน 5 วันนับจากวันลงนามในสัญญา สันทัดมีหน้าที่ชำระราคาร้อยละ 20 เท่ากับ 200,000 เหรียญสิงคโปร์แก่ VN. และตกลงชำระราคาภายหลังจากที่มีการทดสอบเครื่องยนต์ของเครน (Commissioning) และบรรทุกลงเรือแล้วเสร็จ ณ สถานประกอบการของ VN. ประเทศสิงคโปร์ อีกร้อยละ 30 หรือเท่ากับ 300,000 เหรียญสิงคโปร์ นอกจากนั้นในสัญญายังได้กำหนดการอนุญาโตตุลาการไว้ว่า

“ข้อพิพาทใดๆที่เกิดขึ้นจากหรือเกี่ยวเนื่องกับสัญญานี้ รวมทั้งปัญหาว่าสัญญานี้เกิดขึ้น มีผลบังคับ หรือสิ้นสุดหรือไม่ ให้อนุญาโตตุลาการในประเทศสิงคโปร์เป็นผู้ชี้ขาด ตามข้อตกลงการระงับข้อพิพาทอนุญาโตตุลาการแห่งศูนย์ระงับข้อพิพาทระหว่างประเทศประจำประเทศสิงคโปร์ (“SIAC”)ซึ่งใช้อยู่ขณะเกิดข้อพิพาทหรือปัญหา”

ต่อมาภายหลังจากทำสัญญาดังกล่าวแล้วสันทัดได้โอนเงินให้กับ VN. จำนวน 200,000 เหรียญสิงคโปร์ตามสัญญา VN. จึงได้จัดเตรียมรถเครนตีนตะขาบตามสัญญาซึ่งสันทัดได้เคยตรวจสอบเบื้องต้นจนเป็นที่พอใจก่อนทำสัญญาแล้ว โดยได้ทำการทดสอบเดินเครื่องตามปกติและพร้อมที่จะบรรทุกลงเรือ ซึ่งVN.ได้แจ้งความพร้อมของการดำเนินการตามสัญญาเป็นระยะๆต่อเนื่องกันตลอดมา แต่สันทัดมิได้แจ้งตอบรับหรือปฏิเสธหรือพร้อมที่จะปฏิบัติตามข้อสัญญาดังกล่าว จึงเป็นเหตุให้ VN. เข้าใจโดยสุจริตว่าสันทัดไม่ประสงค์ที่จะรับการส่งมอบเครนตีนตะขาบตามสัญญาดังกล่าวอีกต่อไป เนื่องจากระยะเวลาได้ผ่านไปเกินสมควร VN. จึงได้นำรถเครนดังกล่าวไปให้บุคคลอื่นเช่าเพื่อประโยชน์ทางการค้าของ VN.

ภายหลังจากนั้นต่อมาประมาณต้นเดือนมีนาคม 2559 กรรมการและตัวแทนของสันทัดได้เดินทางไปพบตัวแทนของ VN. ที่ประเทศสิงคโปร์ และยอมรับว่าสันทัดเป็นฝ่ายล่าช้าในการโต้ตอบจริง

ดังนั้นกรณีที่สันทัดนำความเท็จมากล่าวอ้างในคำร้องขอกักเรือตามคดีดังกล่าวข้างต้น โดยอ้างว่า VN. เป็นฝ่ายผิดสัญญา โดยรู้อยู่แล้วว่าสัญญาการรับขนส่งทางทะเลสำหรับสินค้าเครน ยังไม่เกิดขึ้นตามกฎหมาย จึงไม่มีมูลหนี้ใดๆอันจะถือว่าเป็น “สิทธิเรียกร้องเกี่ยวกับเรือ” ตามพระราชบัญญัติการกักเรือ พ.ศ. 2534 ได้ นอกจากนั้น สัญญาซื้อขายเครนตีนตะขาบระหว่าง VN. และสันทัด ยังคงมีผลบังคับ ซึ่งสิทธิเรียกร้องของสันทัดที่จะขอให้ VN. คืนเงินจำนวน 200,000 เหรียญสิงคโปร์เป็นมูลหนี้ตามสัญญาซื้อขายสินค้าตามปกติ จึงมิใช่เป็น “สิทธิเรียกร้องเกี่ยวกับเรือ” แต่อย่างใด และปัญหาว่าสันทัดจะมีสิทธิเรียกร้องเงินจำนวนดังกล่าวคืนได้หรือไม่อย่างไร รวมทั้งปัญหาว่าสัญญาเกิดขึ้น มีผลบังคับ หรือสิ้นสุดหรือไม่ จะต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของอนุญาโตตุลาการในประเทศสิงคโปร์เป็นผู้ชี้ขาด แต่สันทัดกลับกล่าวอ้างความเท็จ และบิดเบือนข้อเท็จจริงในคำร้องขอกักเรือ และพยานหลักฐานในชั้นไต่สวน จึงเห็นได้ว่าสันทัดใช้สิทธิไม่สุจริตในการนำคดีมาสู่ศาลจึงเป็นเหตุให้ VN. ได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง อันเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จนเป็นเหตุให้ศาลมีคำสั่งให้กักเรือ วีเอ็น เอ็กซ์พลอร์เรอร์ (VN Explorer) ของ VN. ไว้ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2559 เป็นเหตุให้ VN. ได้รับความเสียหายจากการกระทำดังกล่าวของสันทัด ซึ่ง VN. เรียกร้องให้จำเลยชำระหนี้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น

  1. ค่าเสียหายจาการที่เรือวีเอ็น เอ็กซ์พลอร์เรอร์ มิได้บรรทุกสินค้าเพื่อรับค่าบริการการขนส่งหรือให้เช่าตามปกติในทางการค้าของโจทก์ นับตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2559 ที่เรือถูกกักไว้จนถึงวันฟ้อง
  2. ค่าเสียหายจาการสูญกำไรหรือค่าคอมมิชชั่นในการเป็นนายหน้าการซื้อขายรถเครนตีนตะขาบจากบริษัทมัลติ เวย์ กับสันทัด จนเป็นผลสำเร็จแต่สันทัดผิดสัญญาและบิดพลิ้วไม่ยอมชำระค่านายหน้าหรือค่าตอบแทน
  3. ค่าเสียหายอันเกิดจากค่าใช้จ่ายต่างๆที่เกิดขึ้นในระหว่างที่เรือวีเอ็น เอ็กซ์พลอร์เรอร์ ของ VN. ถูกกักตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2559 



We filed the Complaint responding that the Petition is unlawful and Suntud used its right arbitrarily that only causing VN to suffer severe damages. Previously, Suntud made a buying offer to VN around late January 2016 through a mutual agency and VN’s representative directly, resulting in both parties entered into a Sale Agreement in which a used 250-ton Crawler Crane was sold in 1,000,000 Singapore Dollars. The Agreement was agreed that Suntud was obliged to pay 20% equated of 200,000 Singapore Dollars to VN within 5 days of the date of Agreement and to pay another 30% equated to 300,000 Singapore Dollars after the Commissioning of the Crane was done and the it was loaded at the place of VN in Singapore. Moreover, the Agreement states that “Any dispute arising out of or in connection with the Agreement, including any question regarding its existence, validity or termination, shall REFERRED TO AND FINALLY RESOLVED by arbitration in Singapore in accordance with the Arbitration Rules of the Singapore International Arbitration Centre (“SIAC”) for the time being in force.”

After the Agreement, Suntud transferred VN 200,000 Singapore Dollars as agreed and VN prepared a used Crawler Crane for loading for Suntud who, before entering into an Agreement, have already tried and commissioned the Crane and satisfied. VN have informed Suntud that constantly that they were ready to perform their part of duties but Suntud neither accept nor reject or inform vice versa causing VN to understand honestly that Suntud didn’t want a Crawler Crane any longer. Therefore, VN have waited for a reasonable time before they lease the Crawler Crane to someone else for their commercial purpose.

Afterwards around March 2016, directors and representative of Suntud met the representative of VN in Singapore and admitted that Suntud was delay in correspondence back and forth with VN.
Thus, in the event that Suntud fabricated facts in the Petition to Arrest the Vessel that VN is a defaulted party, despite being known to them that the Carriage of Crawler Crane by Sea Agreement has not reached yet so the Agreement has never taken place legally, that means there was no obligation to be considered as “The Claim related to the Vessel” according to The Act on Arrest of the Vessel B.E.2534. Moreover, The Sale of Crawler Crane Agreement between Suntud and VN was still valid and enforceable. However, the right that Suntud has against VN to return 200,000 Singapore Dollars is under the Sale of Goods Agreement in general, thus, it was out of definition as the Claim related to the Vessel. The dispute whether VN is obliged to return such amount to Suntud or not and whether the Sale Agreement has reached, valid, enforceable and terminated or not are subject to the Arbitration in Singapore. Suntud’s fabrication of facts in the Petition to Arrest the Vessel and presenting evidences to support in the trial were deemed a use of right in bad faith, causing VN to suffer from damages greatly. It was also an unlawful action which led the Court to order an Arrest of VN Explorer Vessel of VN enforced since 28 March 2016. VN used their right to claim damages against Suntud in the followings:

  1. Damages that VN Explorer couldn’t be used in the VN’s general business and for their commercial purpose. 
  2. Losses of Profits or Loss of Commissions as an Agency in the successful sale of Crawler Crane Agreement from Multi Way Co., ltd. but Suntud was default and rejected to pay agency fees. 
  3. Other expenses during VN Explorer was arrested.


บทสรุป

ต่อมา เมื่อ 10 ตุลาคม 2559 เนื่องจากมีข้อพิพาทรวม 3 คดีVN. และ สันทัดได้เข้าสู่การไกล่เกลี่ยของศาลและตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อศาลในคดีหมายเลขดำที่ กค. 84/2559, คดีหมายเลขแดงที่ กค. 200/2559 ที่สันทัดฟ้องเรียกค่าเสียหายจาก VN. โดยสันทัดตกลงชำระค่าเสียหาย, ค่าใช้จ่ายและยอมซื้อเรือวีเอ็น เอ็กซ์พลอร์เรอร์ ของ VN. และ VN. ไม่ติดใจที่จะดำเนินคดีกับสันทัด สันทัดยื่นคำร้องขอปล่อยเรือลำดังกล่าว และVN. ได้ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องต่อศาล (คดีหมายเลขดที่ กค. 110/2559 คดีหมายเลขแดงที่ กค.216/2559)

Conclusion

On 10 October 2016, since 3 cases between VN and Suntud and Suntud has entered into the judicial reconciliation process, led to the Compromise Agreement in the Black Case no. Korkor 84/2559, the Red Case no. Korkor 200/2559 where Suntud claimed for compensation against VN. It was agreed that Suntud would pay the compensation, expenses, and buy VN Explorer Vessel and VN would no longer proceed any judicial action against Suntud. Suntud submitted the Motion to Release the Vessel and VN, in return, withdrew a case from the Court (The Black Case no.Korkor 110/2559, the Red Case no. Korkor 216/2559).