Welcome to Suprawatinterlaws, Honour, Reliability & Experiences
Mon-Fri: 8.30-17.30
Saturday, Sunday CLOSED
Sapansung Bangkok
Thailand
+662 3721617-8
+662 7294023
suprawatinterlaws@gmail.com
Highlighted Cases
   Highlighted Cases    คดีเรือจม

 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15981/2557 การค้าระหว่างประเทศ ประกันภัยทางทะเล




ในคดีนี้สำนักงานเป็นทนายความของบริษัท เอ็ม.เอส.เซอร์วิส จำกัด (โจทก์) ฟ้องบริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (จำเลย) ต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง เนื่องจากโจทก์เป็นเจ้าของเรือเครน “เอ็มเอสชุมพร”และเรือเดินทะเลสำหรับลากจูง “เปรมชัย5” โดยที่เรือเอ็มเอสชุมพรได้รับความเสียหายอย่างสิ้นเชิง ระหว่างการเดินทางที่เรือเปรมชัย 5 ลากเรือเอ็มเอสชุมพรจากท่าเรือเมืองปูซาน ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี กลับมาประเทศไทย เรือของโจทก์ประสบกับคลื่นลมรุนแรง โจทก์จึงเปลี่ยนเส้นทางการเดินเรือตามคำแนะนำของผู้สำรวจ และจ้างเรืออีก 2 ลำช่วยลากจูงเรือเอ็มเอสชุมพรกลับมายังประเทศไทย แต่สุดท้ายเรือเอ็มเอสชุมพรไม่สามารถฝ่าพายุไปได้ และจมลงสู่ท้องทะเลบริเวณเกาะเซจูโดยไม่อาจกู้ได้ โจทก์ได้ทำประกันภัยไว้กับจำเลยและความเสียหายรวมถึงค่าใช้จ่ายที่โจทก์เสียไปอยู่ภายใต้ข้อกำหนดความคุ้มครองตามกรมธรรม์ จำเลยจึงต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามทุนประกันภัยให้แก่โจทก์ทั้งสิ้น 52,328,853 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 47,037,171.34 บาท นับแต่วันฟ้องจนถึงวันชำระเสร็จแก่โจทก์

บริษัท ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ร้องขอเข้ามาเป็นคู่ความ (ผู้ร้องสอด) เนื่องจากโจทก์ได้ทำสัญญากู้เงินจากผู้ร้องสอดเพื่อชำระค่าซื้อเรือ และจดทะเบียนจำนองเรือ โดยให้ผู้ร้องสอดเป็นผู้รับประโยชน์ตามสัญญาประกันภัยเรือของโจทก์ จำเลยจึงต้องรับผิดต่อผู้ร้องสอดตามกรมธรรม์

ในเบื้องต้น ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 39,972,856.81 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จนกว่าจะชำระเสร็จ โดยให้ผู้ร้องสอดมีสิทธิได้รับชำระหนี้ตามที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย ส่วนที่เหลือให้ตกเป็นสิทธิของโจทก์

โจทก์อุทธรณ์ขอให้จำเลยชำระค่าซ่อมเรือลากจูงเปรมชัย5 ในประทศไทยอีก 3.9 ล้านบาทเศษ จำเลยอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้องโจทก์ คดีจึงขึ้นมาสู่ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ทั้งนี้ที่จำเลยอุทธรณ์ว่าโจทก์ไม่ได้ปฏิบัติตามคำรับรองเรื่องการตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางและไม่ได้ปฏิบัติตามคำแนะของผู้สำรวจ รวมทั้งปฏิบัติผิดคำรับรองโดยปริยายที่ต้องทำให้เรืออยู่ในสภาพที่สามารถเดินทะเลได้อย่างปลอดภัย ในส่วนนี้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จากพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบรับฟังได้ว่า โจทก์ได้ให้บริษัทโคแซก จำกัด โดยกัปตันโอ.ซี.มูน. ตรวจสอบเรือทุกลำและออกหนังสือรับรองว่าเรือของโจทก์สามารถลากจูงเรือจากเมืองปูซานไปยังประเทศไทยได้ และเนื่องจากโจทก์ได้ปฏิบัติตามคำรับรองเรื่องการตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง การเกิดพายุและคลื่นลมแรงที่ไม่คาดคิดระหว่างการเดินทางในทะเลทั้งสองครั้ง จนทำให้เรือเครนของโจทก์จมลง จึงเป็นภยันตรายแห่งทะเล เมื่อโจทก์ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยแล้ว จำเลยจึงต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์และผู้ร้องสอดซึ่งเป็นผู้รับประโยชน์ตามสัญญา ที่จำเลยอุทธรณ์จึงฟังไม่ขึ้น ส่วนค่าใช้จ่ายที่โจทก์อุทธรณ์ไม่ครอบคลุมอยู่ในกรมธรรม์ประกันภัยจึงไม่มีสิทธิ์ได้รับ จึงพิพากษาแก้เฉพาะในส่วนเงินต่างประเทศ ให้จำเลยชำระเงิน 37,445,287 บาท และจำนวน 81,534.51 ดอลลาร์สหรัฐ

The Supreme Court in the Division of Intellectual Property and International Trade has given its ruling in the Case where M.S. Service Co., ltd. (The Plaintiff and the Insured) represented by SPIC filed the lawsuit against Viriya Insurance Co., ltd. (the Defendant and the Insurer) to compensate expenses incurred under the Marine Hull Insurance. KasikornBank filed the Motion to be the interpleader in the case as it is the beneficiary under the Marine Hull Insurance.

Before the voyage to bring back the Plaintiff’s ship from Busan Port to Thailand took place, the Plaintiff, owner of the Ships, insured its ships to the Defendant. The Plaintiff had its ships to be inspected by the Ship Inspector which granted the Certificate of Approval regarding the readiness of the Plaintiff’s ships for Korea-Thailand voyage and also avoided the storm according to the Ship Inspector’s guidance. Nonetheless, because of the unexpected storm, to which the Plaintiff is deemed as the Peril of the Seas, the Plaintiff’s ship (M.S.Chumporn) was wrecked in the area of Jeju Island and the salvage couldn’t be done.

Both the Court of First Instance and the Supreme Court in the Division of Intellectual Property and International Trade ruled in favor of the Plaintiff and the Interpleader. The Courts ruled that the Plaintiff’s evidences were strongly convincible that the Plaintiff checked the weather before the voyage took place as it has given warranty in the Marine Hull Insurance. The Plaintiff also complied with the Ship Inspector according to the conditions in the Marine Hull Insurance. The unexpected Storm was deemed the Peril of the Seas. Given all facts, the Defendant is obliged to compensate 37,445,287 Baht and 81,534.51 USD to the Interpleader under the Marine Hull Insurance. The rest of the compensation shall be paid to the Plaintiff, if any.

Detailed in Supreme Court Judgement No. 1598/2557 entered on September 14, 25558 (2015)